Change Language
Promotion
Product
Customer Support
News & Activity
Investors Relations
About True
- True History
- True Vision
- True Management
- Organization Chart
- True Family
- Community Program
- Awards
True Privilledge
True Money
All Together Bonus
Jobs Oppotunity
 
   
 
 
ทรูเป็นผู้ให้บริการสื่อสารครบวงจรหนึ่งเดียวของประเทศและปัจจุบันทรูเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย

วิสัยทัศน์ของกลุ่มทรู (Vision) คือการเป็นผู้นำคอนเวอร์เจนซ์ ไลฟ์สไตล์ (Convergence Lifestyles) และมีพันธกิจ (mission) คือการมุ่งมั่นนำความรู้ ข่าวสารและความบันเทิง ให้แก่ประชาชนและเยาวชน พร้อมๆ กับการสร้างคุณค่าให้กับองค์กร พนักงานและผู้ถือหุ้น จากวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำ คอนเวอร์เจนซ์ ไลฟ์สไตล์ ทำให้กลุ่มทรูมีความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น โดยมีการผสานบริการสื่อสารครบวงจร เข้ากับคอนเทนท์ที่หลากหลาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

 

ภายใต้การสนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กลุ่มธุรกิจด้านการเกษตรครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งถือหุ้นทรูในสัดส่วนร้อยละ 30.02 (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550) บริษัทได้ขยายธุรกิจมาตามลำดับ จากผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน จนปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการสื่อสารครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งบริการเสียง ภาพ และข้อมูล เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วย ลูกค้าทั่วไป ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ในปัจจุบันบริษัทและบริษัทย่อยเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรายใหญ่ที่สุดในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งยังเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ต และโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกรายใหญ่ของประเทศ

 

ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจของกลุ่มทรูแบ่งเป็น 5 ธุรกิจหลัก ได้แก่

 
  • ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ภายใต้ชื่อ ทรูมูฟ (ชื่อเดิม ทีเอ ออเร้นจ์)
  • ธุรกิจออนไลน์ ภายใต้ชื่อ ทรูออนไลน์ ซึ่งประกอบด้วย บริการโทรศัพท์พื้นฐานและบริการเสริม บริการโครงข่ายข้อมูล บริการอินเทอร์เน็ต และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บริการบรอดแบนด์สำหรับลูกค้าทั่วไป และบริการ WE PCT (บริการโทรศัพท์พื้นฐานพกพา)
  • ธุรกิจโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิก ภายใต้ชื่อ ทรูวิชั่นส์ (ชื่อเดิมว่ายูบีซี)
  • ธุรกิจดิจิตอลคอมเมิร์ซ ภายใต้ชื่อ ทรูมันนี่
  • ธุรกิจดิจิตอลคอนเทนท์ ภายใต้ชื่อ ทรูไลฟ์ (รวมทั้งทรู คอฟฟี่
 

ในปี 2550 กลุ่มบริษัททรูมีรายได้รวม  61.61 พันล้านบาท (รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) หรือ 51.79 พันล้านบาท (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) และมีสินทรัพย์ทั้งหมดกว่า 124.7 พันล้านบาท โดยมีพนักงานประจำทั้งสิ้น 10,224 คน

 
ความเป็นมา
 

บริษัทก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2533 และในปี 2536 ได้เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในชื่อ บริษัท เทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในเดือนธันวาคม 2536 มีชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “TA”

 

บริษัทเริ่มมีรายได้จากการให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานในเดือน พฤศจิกายน 2535 โดยให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานภายใต้สัญญาร่วมการงานและร่วมลงทุนกับบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) (“ทีโอที”) ตามเงื่อนไข Build-Transfer-Operate (BTO) เพื่อจัดหา ติดตั้ง และควบคุม ตลอดจนบำรุงรักษาอุปกรณ์ในระบบ ในการขยายบริการโทรศัพท์จำนวน 2.6 ล้านเลขหมายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นระยะเวลา 25 ปี สิ้นสุดเดือนตุลาคม 2560

 

นอกจากนี้ยังได้รับอนุญาตให้เปิดบริการเสริมต่างๆ เช่น บริการโทรศัพท์สาธารณะและบริการอื่นๆ เพิ่มเติม ในปี 2542 บริษัทได้เปิดให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานพกพา PCT และในปี 2544 บริษัทผ่านบริษัทย่อยได้เปิดให้บริการโครงข่ายสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง ซึ่งประกอบด้วยบริการ ADSL และบริการ Cable Modem ในปี 2546 ได้เปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายหรือบริการ Wi-Fi นอกจากนั้นในปี 2550 บริษัทย่อยได้เปิดให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ และเปิดทดลองให้บริการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ ภายหลังได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

 

ในเดือนตุลาคม 2544 บริษัทได้เข้าถือหุ้น ในบริษัทกรุงเทพ อินเตอร์เทเลเทค จำกัด (มหาชน) หรือ “BITCO” (ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นในบริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ จำกัด) ในอัตราร้อยละ 41.1 ซึ่งนับเป็นการเริ่มเข้าสู่ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งนี้ ทีเอ ออเร้นจ์ได้เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในเดือนมีนาคม 2545 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ทรูมูฟ” เมื่อต้นปี 2549

 

ทรูมูฟให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ GSM (Global System for Mobile Communications)ที่ความถี่ 1800 MHz ภายใต้การได้รับอนุญาตจาก บมจ. กสท โทรคมนาคม (“กสท”) ตามเงื่อนไข Build-Transfer-Operate (BTO) สิ้นสุดเดือนกันยายน 2556

 

บริษัทได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน BITCO มากขึ้นตามลำดับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นใน BITCO คิดเป็นร้อยละ 93.4 ต่อมาในเดือนธันวาคม 2550 ซีพีสนับสนุนธุรกิจทรูมูฟ ผ่านวิธีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ BITCO ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทใน BITCO ลดลงเป็นอัตราร้อยละ 75.3 ในขณะที่ซีพีมีสัดส่วนการถือหุ้นใน BITCO เพิ่มขึ้นเป็นอัตราร้อยละ 23.9 อย่างไรก็ตาม ซีพีให้สิทธิ์กับทรูในการซื้อหุ้นดังกล่าวคืนภายในเวลา 18 เดือนภายหลังการซื้อหุ้นเพิ่มทุน หากบริษัทซื้อหุ้นดังกล่าวคืนจากซีพี สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทใน BITCO จะเพิ่มขึ้นเป็นอัตราร้อยละ 98.6 ทั้งนี้ หากได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น

 

ในเดือนมกราคม 2549 บริษัทได้เข้าซื้อหุ้น ยูบีซี ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิก จาก MIH ทั้งหมด และต่อมาได้ดำเนินการเข้าซื้อหุ้นสามัญจากรายย่อย (Tender Offer) ทำให้บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นทางอ้อมในยูบีซี ร้อยละ 91.8 ภายหลังการเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายย่อย เสร็จสิ้นในเดือนมีนาคม 2549 ทั้งนี้บริษัทได้รวมผลประกอบการของยูบีซีอย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้นไตรมาสที่ 1 ปี 2549 และยูบีซี ได้เปลี่ยนชื่อเป็น ทรูวิชั่นส์ เมื่อต้นปี 2550

 

ทรูวิชั่นส์ดำเนินงานภายใต้สัญญาสัมปทานจากองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย เป็นระยะเวลา 25 ปี สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2557 สำหรับการให้บริการผ่านดาวเทียม และสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562 สำหรับบริการผ่านเคเบิล

 

นอกจากนี้ในระหว่างปี 2548 – 2550 กลุ่มบริษัททรูได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ต รวมทั้งบริการอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์ (VoIP) บริการโทรศัพท์สาธารณะ บริการโทรศัพท์พื้นฐาน บริการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ และบริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้รับใบอนุญาตสำหรับทดสอบให้บริการเชื่อมโยงโครงข่ายอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศผ่านเทคโนโลยี Leased Line   (International Private Leased Circuit – IPLC) และบริการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศผ่านเทคโนโลยี MPLS (International Internet Protocol Virtual Private Network – IP VPN) เป็นเวลา 1 ปี อีกทั้งยังได้รับอนุญาตให้ทดสอบบริการ WiMax เป็นระยะเวลา 6 เดือน

 
 
 
 
   
 
Links | Contact Us | Sitemap | Regulatory | Copyright Notice | Privacy Policy